ลองนึกภาพคนรู้จักสักคนที่คุณมักเห็นเขาในมาดของผู้ที่ไม่ยี่หระต่ออะไรทั้งนั้น พวกเขามาพร้อมมุกตลกร้าย เสียงหัวเราะที่ดังกว่าคนอื่น และท่าทีขบถที่ดูเหมือนจะท้าทายกฎเกณฑ์ทุกอย่างบนโลก แต่หากคุณได้มีโอกาสพูดคุยกับพวกเขาในยามค่ำคืนหรือในช่วงเวลาที่เผลอปล่อยวาง คุณจะสัมผัสได้ถึงมุมมองที่มองโลกในแง่ร้ายอย่างเหลือเชื่อ
ในวงสนทนาของคนยุคใหม่ เรามักจะเรียกบุคลิกที่ขัดแย้งกันนี้ว่า ‘เนกาซ่า’ การผสมผสานระหว่างคำว่า เนกา (Negative) ที่หมายถึงความ pessimistic หรือการมองโลกในแง่ร้าย เข้ากับความ ซ่า ที่สื่อถึงความกล้าได้กล้าเสีย การไม่ยอมอยู่ใต้กฎ และพลังงานที่ดูจะล้นเหลือ
แต่เบื้องหลังบุคลิกที่ดูจะเต็มไปด้วยความขัดแย้งนี้ ไม่ได้เป็นแค่เทรนด์ทางพฤติกรรมหรือแค่การสร้างคาแรคเตอร์ให้ดูน่าสนใจ มันคือกลไกการป้องกันตัวที่ซับซ้อนและน่าเห็นใจที่สุดรูปแบบหนึ่งของมนุษย์
คนที่มีบุคลิกแบบเนกาซ่าไม่ได้เกลียดโลกใบนี้ แต่พวกเขาแค่กลัวการถูกโลกทำให้ผิดหวัง การมองโลกในแง่ร้ายในมุมมองของพวกเขาจึงไม่ใช่การบ่นพร่ำเพรื่อ แต่เป็นสิ่งที่นักจิตวิทยาเรียกว่า Defensive Pessimism หรือการมองโลกในแง่ร้ายเชิงป้องกัน
เมื่อคุณคาดเดาว่าสถานการณ์จะจบลงด้วยความล้มเหลว คุณก็จะเตรียมใจรับแรงกระแทกไว้ล่วงหน้า ความ ‘เนกา’ ในแกนกลางจึงทำหน้าที่เป็นเบาะรองรับแรงกระแทกทางอารมณ์ ในขณะที่ความ ‘ซ่า’ ที่แสดงออกมาภายนอก คืออาวุธที่ใช้ปัดเป่าความคาดหวังจากคนรอบข้าง การทำตัวขวางโลก พูดจาเชือดเฉือน หรือแสดงออกว่าไม่แคร์ เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการบอกโลกว่า อย่าคาดหวังอะไรจากฉัน แล้วฉันก็จะไม่ต้องแบกรับความกดดันที่จะต้องทำให้ใครสมหวัง
สิ่งที่คนภายนอกมักมองข้ามคือ คนกลุ่มนี้ต้องใช้พลังงานมหาศาลไปกับการรักษาสมดุลระหว่างสองขั้วนี้ การต้องสวมบทคนเข้มแข็งที่ไม่มีใครทำอะไรได้ในขณะเดียวกันก็ต้องคอยจัดการกับความวิตกกังวลและความคิดลบที่หมุนวนอยู่ในหัว เป็นงานที่เหนื่อยล้าอย่างยิ่ง หลายครั้งเราจึงเห็นว่า คนที่ดูจะแสบสันต์และสร้างเสียงหัวเราะได้มากที่สุดในกลุ่ม มักจะเป็นคนที่รู้สึกโดดเดี่ยวที่สุดเมื่อกลับไปถึงบ้าน ความซ่าคือชุดเกราะที่หนักอึ้ง และเมื่อถึงจุดหนึ่ง เกราะนั้นก็เริ่มกัดกินผิวหนังของคนสวมใส่
หากคุณมีเพื่อน คนรัก หรือแม้แต่ตัวคุณเองที่กำลังหลงอยู่ในวงจรของเนกาซ่า สิ่งแรกที่ควรทำไม่ใช่การพยายามยัดเยียดมุมมองบวกใส่พวกเขา การบอกให้คนที่มีกลไกป้องกันตัวแบบนี้ยิ้มเข้าไว้หรือมองโลกในแง่ดีบ้าง ก็เหมือนกับการบอกให้คนถอดชุดเกราะออกกลางสนามรบ
สิ่งที่พวกเขาต้องการไม่ใช่การถูกแก้ไข แต่คือการถูกทำความเข้าใจ การยอมรับว่าโลกใบนี้มันมีด้านที่มืดมนและน่าเหนื่อยล้าจริงๆ และการที่พวกเขามองเห็นด้านมืดนั้น ไม่ได้แปลว่าพวกเขาเป็นคนผิดปกติ การอยู่ข้างๆ คนที่มีบุคลิกลักษณะเช่นนี้ บางครั้งแค่การนั่งฟังมุกตลกร้ายของพวกเขาโดยไม่พยายามตัดสิน หรือการปล่อยให้พวกเขาได้บ่นถึงเรื่องแย่ๆ โดยไม่รีบเสนอทางออก คือการสนับสนุนที่มีค่าที่สุด
บุคลิกแบบเนกาซ่าจึงไม่ใช่ปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไข และไม่ใช่ความผิดบาปทางอารมณ์ มันคือรอยแผลเป็นที่ถูกถักทอให้กลายเป็นชุดเกราะ เมื่อเราเรียนรู้ที่จะมองทะลุเปลือกนอกที่ดูขบถ เราจะพบความเปราะบางที่ซ่อนอยู่หลังเสียงหัวเราะ และเข้าใจว่า บางครั้ง การทำตัวให้ดูร้ายกาจและไม่ยี่หระ ก็เป็นเพียงวิธีเดียวที่คนๆ หนึ่งจะใช้เพื่อประคองตัวเองให้รอดพ้นจากโลกที่เรียกร้องมากเกินไป
เปลือกนอกที่ ‘ซ่า’ กับแกนในที่ ‘เนกา’: กลไกเอาตัวรอดของคนยุคที่ทุกอย่างดูเหนื่อยล้า
Source: HotArticle
Original link: https://www.hotarticle24.com/n0yosj7i