พอพ้นเวลาเลิกงาน ไฟตามคอนโดหรือบ้านเรือนในหลายจังหวัดมักจะสว่างขึ้นพร้อมกับเสียงพูดจ้อกจ้าจากทีวี ไม่ใช่เสียงจากเน็ตฟลิกซ์หรือยูทูบ แต่เป็นเสียงที่ลื่นไหลออกมาจากการถ่ายทอดสดของสถานีโทรทัศน์หนึ่ง ที่หลายคนรู้จักในชื่อ 'ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 สด' คำว่าสดสองพยางค์นี้ดูเหมือนจะเรียบง่าย แต่สำหรับผู้ชมไทยจำนวนไม่น้อย มันคือสะพานเชื่อมระหว่างเหตุการณ์โลกภายนอกกับพื้นที่ส่วนตัวที่เรียกว่าบ้าน
หลายปีมานี้เราถูกต้อนให้เชื่อว่าการดูทีวีแบบเดิมตายไปแล้ว แอปสตรีมมิ่งเต็มไปด้วยซีรีส์คุณภาพสูง ที่เราเลือกเวลาดูเองได้ตามสบาย แต่สิ่งที่แอปพวกนั้นให้ไม่ได้ คือความบังเอิญที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
เช่น วันไหนมีข่าวด่วนเรื่องน้ำท่วมหรือเหตุการณ์สำคัญทางการเมือง คนทั้งประเทศจะหันไปมองจอเดียวกัน ณ วินาทีเดียวกัน ความรู้สึกที่เรียกว่า "เรากำลังเห็นสิ่งนี้พร้อมๆ กับคนอื่น" คือคุณค่าที่ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ยังคงรักษาไว้ได้ แม้กระทั่งเมื่อคนดูย้ายไปเปิดผ่านมือถือหรือเว็บไซต์แทนกล่องรับสัญญาณ
ที่น่าสนใจคือรายการของช่องนี้ไม่ได้เน้นแต่เรื่องหนักๆ หลังช่วงข่าวภาคค่ำ มักจะตามมาด้วยละครหรือรายการวาไรตี้ที่มีเอกลักษณ์แบบคนไทยๆ ดูแล้วไม่ต้องคิดเยอะ เหมือนการนั่งคุยกับเพื่อนบ้านหลังทานข้าวเสร็จ มันเป็นความบันเทิงที่เข้าถึงง่าย และเป็นภาษาที่คนทุกวัยในครอบครัวฟังออก
สำหรับคนรุ่นใหม่ การเปิดไทยรัฐทีวี ช่อง 32 สด อาจจะไม่ใช่กิจวัตรประจำวัน แต่พอถึงช่วงเทศกาลหรือมีไฮไลต์สำคัญอย่างฟุตบอลหรืองานประกาศรางวัล เราก็มักจะกลับไปที่หน้าจอเดิม เพราะสัญชาตญาณของการดูสดคือการได้แชร์อารมณ์กับผู้อื่น ไม่ว่าจะผ่านคอมเมนต์ใต้ไลฟ์หรือคุยกับเพื่อนระหว่างดู
สถานีโทรทัศน์หนึ่งไม่ได้มีหน้าที่แค่ส่งสัญญาณภาพ แต่มันคือความคุ้นเคยที่ถูกสร้างขึ้นมาเหมือนสมาชิกในครอบครัวที่ไม่ได้พูดเรื่องลึกซึ้งกันตลอดเวลา แต่รู้ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เปิดทีวีแล้วเจอเสียงนี้ โลกภายนอกยังเดินทางต่อไป และเราก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของมัน
ทำไมหลายบ้านในไทยถึงยังเปิด 'ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 สด' อยู่ทุกเย็น
Source: HotArticle
Original link: https://www.hotarticle24.com/231ot1j7