โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (Mohamed Salah) คือนักฟุตบอลชาวอียิปต์ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในแนวรุกที่ดีที่สุดของวงการในยุคนี้ ด้วยบทบาทปีกขวาตัวหลักของลิเวอร์พูลในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ และตำแหน่งกัปตันทีมชาติอียิปต์ แฟนบอลทั่วโลกรู้จักเขาในฉายา "Egyptian King" หรือ "ฟาโรห์แห่งลิเวอร์พูล" พร้อมกับท่าฉลองประตูแบบก้มลงสวัดที่กลายเป็นภาพจำของเวทีใหญ่มานับไม่ถ้วน
จุดเริ่มต้นจากหมู่บ้านเล็กในอียิปต์
ซาลาห์เกิดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 1992 ที่หมู่บ้านนากริจ จังหวัดฆาร์เบีย ทางภาคเหนือของอียิปต์ เติบโตในครอบครัวคนธรรมดา และต้องเดินทางไปฝึกซ้อมหลายชั่วโมงตั้งแต่ยังเป็นเด็กเพื่อไล่ตามความฝันในสนามฟุตบอล เส้นทางอาชีพเริ่มต้นกับสโมสรเอล โมคาวลูน (อาหรับ คอนแทรกเตอร์ส) ในลีกสูงสุดของอียิปต์ ก่อนจะโดดเด่นจนติดทีมชาติชุดใหญ่ และเป็นหนึ่งในนักเตะคนสำคัญของทีมชาติรุ่นเยาวชนที่ไปโอลิมปิก 2012 ที่กรุงลอนดอน ซึ่งผลงานในรายการนั้นช่วยให้เขาเป็นที่จับตามองของสโมสรในยุโรป
ก้าวแรกในยุโรปกับบาเซิล
หลังจากนั้นไม่นาน ซาลาห์ย้ายไปเล่นกับเอฟซี บาเซิล ในสวิตเซอร์แลนด์ และสร้างชื่อผ่านผลงานในเวทีระดับยุโรป ทั้งการช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีกสวิส และการซัดประตูใส่ทีมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษอย่างเชลซีจนเป็นข่าวครึกโครม ฟอร์มการเล่นที่เรียกว่า "เร็ว กล้า และจบสกอร์ได้เอง" ทำให้เชลซียกมือคว้าตัวเขามาร่วมทีมในเดือนมกราคม ปี 2014
บทเรียนที่เชลซี
ชีวิตที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ไม่เป็นไปตามฝัน โอกาสลงสนามของซาลาห์มีจำกัดอย่างมากภายใต้การแข่งขันที่รุนแรงในทีมที่เต็มไปด้วยดาวระดับโลก เขาถูกปล่อยยืมตัวไปฟิออเรนตีนาและโรมาตามลำดับ ช่วงเวลาที่ดูเหมือนถอยหลังกลับกลายเป็นจุดพลิกผัน เพราะแท็กติกและความเข้าใจเกมของเขาพัฒนาขึ้นอย่างชัดเจนในลีกอิตาลี ก่อนที่โรมาจะคว้าตัวมาแบบถาวรในปี 2016 ฤดูกาล 2016-17 ซาลาห์ระเบิดฟอร์มยิงไปราว 15 ประตูในเซเรียอา พร้อมจ่ายแอสซิสต์เป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นหนึ่งในปีกที่น่ากลัวที่สุดของลีกอิตาลี
ยุคทองที่ลิเวอร์พูล
ฤดูร้อนปี 2017 ลิเวอร์พูลทุ่มค่าตัวราว 37 ล้านปอนด์คว้าตัวซาลาห์มาร่วมทีม ซึ่งในเวลาต่อมาถูกจับตาว่าเป็นหนึ่งในดีลที่คุ้มค่าที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร ฤดูกาลแรกของเขาคือความมหัศจรรย์อย่างแท้จริง เมื่อยิง 32 ประตูในพรีเมียร์ลีก ทำลายสถิติยอดประตูสูงสุดของฤดูกาล 38 นัดในขณะนั้น พร้อมคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพ (PFA) แม้ฤดูกาลนั้นจะจบลงด้วยความเจ็บปวดเมื่อเขาบาดเจ็บไหล่ในนัดชิงยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกที่แพ้เรอัลมาดริด แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของตำนาน
ปี 2019 ซาลาห์พาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกสมัยที่หกได้สำเร็จ โดยเขาเป็นคนยิงจุดโทษให้ทีมขึ้นนำในเกมชิงกับทอตนัม ฮอตสเปอร์ ต่อด้วยแชมป์ยูฟ่าซูเปอร์คัพและฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก ก่อนจะปิดท้ายด้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019-20 ซึ่งเป็นแชมป์ลีกสูงสุดของลิเวอร์พูลเป็นสมัยแรกในรอบ 30 ปี ฤดูกาล 2021-22 เขาช่วยให้ทีมกวาดแชมป์ลีกคัพและเอฟเอคัพ พร้อมคว้ารองเท้าทองคำจากการยิง 23 ประตูแบบเสมอกันกับซน ฮึง-มิน และได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของ PFA เป็นสมัยที่สอง
ไฮไลต์ของเส้นทางคาร์เรียร์ต้องยกให้ฤดูกาล 2024-25 ที่ซาลาห์เล่นได้สมบูรณ์แบบที่สุดนับตั้งแต่ย้ายมาอังกฤษ เขายิง 29 ประตูและจ่าย 18 แอสซิสต์ในลีก รวมเป็น 47 จุดทำประตู ซึ่งนับเป็นสถิติสูงสุดของฤดูกาล 38 นัดในพรีเมียร์ลีก ช่วยพาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีก และทำให้เขาได้ทั้งรองเท้าทองคำ รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของ PFA อีกครั้ง พร้อมกับเซ็นสัญญาฉบับใหม่ค้าแข้งกับสโมสรถึงปี 2027 รวมยอดประตูของเขาให้ลิเวอร์พูลทะลุหลัก 200 ลูกไปแล้ว ทำให้ชื่อของเขาติดอยู่ในกลุ่มดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของสโมสรเลยทีเดียว
สไตล์การเล่นที่ทำให้ซาลาห์อันตราย
จุดเด่นที่ชัดที่สุดของซาลาห์คือบทบาทปีกขวาเท้าซ้ายที่ชอบตัดเข้าในแดนกลางเพื่อยิงด้วยขวักไขว่ ควบคู่กับความเร็วในการพาบอลระยะสั้นที่แทบหยุดไม่อยู่ การจบสกอร์ของเขาแม่นยำทั้งการปั่นมุมแคบและการสับที่เสียบเข้าหาประตู นอกจากนี้ยังเป็นนักเตะที่พัฒนาด้านการอ่านเกมและการจ่ายบอลจนกลายเป็นทั้งตัวทำเกมและตัวทำประตูในคนเดียว สถิติแอสซิสต์จำนวนมากในฤดูกาลหลัง ๆ คือหลักฐานว่าเขาไม่ได้อันตรายแค่การยิงประตูเท่านั้น
กัปตันทีมชาติอียิปต์
ในระดับทีมชาติ ซาลาห์คือดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของอียิปต์ และเป็นกัปตันทีมที่แฟนบอลให้ความหวังมากที่สุดของยุค ประวัติศาสตร์จารึกด้วยการที่เขาพาอียิปต์ผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก 2018 ได้สำเร็จ เป็นการเข้ารอบสมัยแรกนับตั้งแต่ปี 1990 แม้ในรอบสุดท้ายทีมจะตกรอบแบ่งกลุ่ม แต่เขาก็ยิงประตูได้ในเวทีนั้นด้วย ด้านศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ เขาพาอียิปต์เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศทั้งปี 2017 และ 2021 แม้จะพลาดแชมป์ทั้งสองครั้ง แต่บทบาทผู้นำของเขาทำให้ทีมชาติกลับมาเป็นมหาอำนาจของแอฟริกาอีกครั้ง
รางวัลและสถิติสำคัญ
ตลอดเส้นทางอาชีพ ซาลาห์คว้ารางวัลมาแล้วอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งแอฟริกาของสมาพันธ์ฟุตบอลแอฟริกา (CAF) ในปี 2017 และ 2018 รางวัลนักฟุตบอลแอฟริกันยอดเยี่ยมของสถานี BBC รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของ PFA ถึงสามสมัย รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของนักเขียนกีฬาอังกฤษ (FWA) รวมถึงรองเท้าทองคำพรีเมียร์ลีกถึงสี่สมัย ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนความยั่งยืนของฟอร์มการเล่นในระดับแนวหน้าที่หาได้ยากยิ่งในลีกที่การแข่งขันสูงที่สุดในโลก
อิทธิพลนอกสนาม
ความยิ่งใหญ่ของซาลาห์ไม่ได้วัดกันแค่ประตูและถ้วยรางวัล เขาเป็นแรงบันดาลใจของเยาวชนในตะวันออกกลางและแอฟริกานับล้าน ผ่านภาพลักษณ์นักกีฬามุสลิมที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในเวทีระดับโลก ชื่อของเขาถูกจัดอยู่ในรายชื่อบุคคลทรงอิทธิพลของนิตยสารไทม์ ด้านการกุศล เขามีส่วนสนับสนุนการพัฒนาหมู่บ้านนากริจบ้านเกิดอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านโรงพยาบาล โรงเรียน และการช่วยเหลือชุมชน พร้อมกับความสำเร็จในสนามที่ทำให้ฟุตบอลอียิปต์กลับมาอยู่ในความสนใจของโลกอีกครั้ง
จากเด็กชายที่เดินทางข้ามจังหวัดเพื่อไปฝึกซ้อมในอียิปต์ สู่เจ้าของสถิติและแชมป์ใหญ่ในเวทีพรีเมียร์ลีกและยูโรป เส้นทางของโมฮาเหม็ด ซาลาห์คือตัวอย่างของความมานะที่ถูกตอบแทนด้วยความยิ่งใหญ่ และด้วยสัญญาที่มีถึงปี 2027 แฟนบอลลิเวอร์พูลยังมีโอกาสได้ชมฟอร์มของฟาโรห์ตนนี้อีกต่อเนื่องในระดับสูงสุดของวงการ
โมฮาเหม็ด ซาลาห์ คือใคร เส้นทางจากเด็กบ้านนาอียิปต์สู่ตำนานปีกลิเวอร์พูล
Source: HotArticle
Original link: https://www.hotarticle24.com/ntwojr0n