ทุกครั้งที่คุยเรื่องสภาพอากาศแปรปรวน นักพยากรณ์มักพูดถึงคำว่า เอลนีโญ หลายคนเคยได้ยินแต่ไม่แน่ใจว่ามันคืออะไรและทำไมถึงเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของเรา คำอธิบายแบบง่ายคือ เอลนีโญคือปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันออกและกลางเขตศูนย์สูตรสูงขึ้นกว่าปกติ เป็นสภาวะที่ผิดไปจากสภาพปกติที่ลมมรสุมพัดพาความร้อนไปทางตะวันตก
ปกติลมการค้าจะพัดจากตะวันออกไปตะวันตก ทำให้น้ำอุ่นสะสมอยู่ฝั่งเอเชีย แต่พอเกิดเอลนีโญ ลมเหล่านี้จะอ่อนลงหรือพัดย้อนทาง น้ำอุ่นจึงไหลกลับไปทางอเมริกาใต้ สิ่งที่ตามมาคือการเปลี่ยนตำแหน่งของแนวฝนใหญ่และรูปแบบความกดอากาศทั่วโลก
สำหรับประเทศไทย ผลกระทบที่เห็นชัดสุดคือปริมาณฝนที่ลดลง ในปีที่เอลนีโญแรงๆ ฤดูฝนมักมาช้ากว่าปกติ หรือฝนตกไม่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ที่เป็นแหล่งผลิตข้าวหลัก เกษตรกรจะเผชิญความแห้งแล้งยาวนานขึ้น แม่น้ำลำคลองมีน้ำน้อย อ่างเก็บน้ำหลายแห่งระดับน้ำลดต่ำกว่าปีปกติ
ภาคใต้บางครั้งได้รับผลต่างออกไป เพราะการจัดเรียงของกระแสลมที่เปลี่ยนไปอาจทำให้มีพายุฝนหนักกระจายตัวไม่สม่ำเสมอ แต่โดยรวมแล้วภาพจำของเอลนีโญในไทยคือ "ปีที่ฝนทิ้งช่วง"
ปรากฏการณ์ตรงข้ามเรียกว่า ลานินญา ซึ่งเกิดเมื่อน้ำทะเลเย็นกว่าปกติและลมการค้าแรงขึ้น ส่งผลให้ไทยมีฝนมากและน้ำท่วมได้ง่าย การรู้จักทั้งสองช่วยให้เราไม่ตกใจเวลาน้ำเหนือเอ่อหรือหน้าแล้งยาว
ผลต่อเศรษฐกิจและชีวิตคนมีหลายชั้น เมื่อฝนน้อย ข้าวนาปีให้ผลผลิตลด สวนยางพาราและอ้อยก็เครียดจากขาดน้ำ ราคาอาจผันผวนตามปริมาณตลาดโลก ที่สำคัญคือการผลิตไฟฟ้าจากเขื่อนลดลง เพราะระดับน้ำในอ่างต่ำ กว่าจะฝืดร้อนก็ต้องพึ่งพาโรงไฟฟ้าแบบอื่นที่อาจมีต้นทุนสูง
คนในเมืองก็ไม่รอด อากาศร้อนจัดผสมฝุ่นละอองจากการเผาไร่และจราจรทำให้คุณภาพอากาศแย่ลง กลุ่มเสี่ยงอย่างเด็กและผู้สูงอายุต้องระวังโรคทางเดินหายใจ
จริงๆ แล้วไม่ใช่ทุกเอลนีโญจะสร้างความพินาศ รุนแรงของมันวัดจากค่าชี้วัดอย่าง ONI ที่กรมอุตุนิยมวิทยาและศูนย์กลางโลกใช้ติดตาม บางครั้งเป็นระดับอ่อนที่ฝนแค่น้อยกว่าค่าเฉลี่ยนิดหน่อย แต่บางรอบเช่นปี 2547/2548 หรือ 2558 ก็สร้างภัยแล้งหนักจนจำกัดการปลูกข้าวได้
การเตรียมตัวจึงต้องเริ่มจากการรับข่าวสารที่ถูกต้อง กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศคาดการณ์ฝนรายฤดูกาลเมื่อเห็นสัญญาณเอลนีโญเริ่มก่อตัว เกษตรกรสามารถปรับแผนปลูก โดยเลือกพันธุ์ที่ทนแล้งหรือเลื่อนการเพาะปลูกให้ตรงกับช่วงที่คาดว่าฝนจะมาจริง ระบบชลประทานก็ต้องบริหารน้ำอย่างประหยัดตั้งแต่ต้นฤดู
สำหรับครัวเรือนทั่วไป การกักเก็บน้ำใช้ สวนยางหรือต้นไม้ในบริเวณบ้านควรลดการรดน้ำแบบฟุ่มเฟือย และเฝ้าระวังไฟป่าในพื้นที่ติดป่า ประชาชนไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก แต่ควรมีแผนสำรองเวลาน้ำประปาหยุดส่งหรือค่าครองชีพสูงขึ้นเพราะผักผลไม้ราคาพุ่ง
ข้อจำกัดที่ต้องเข้าใจคือ เอลนีโญทำงานร่วมกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระยะยาว การที่โลกอบอุ่นขึ้นทำให้รูปแบบฝนแปรปรวนอยู่แล้ว การโทษเอลนีโญอย่างเดียวจึงไม่ครบถ้วน นักวิทยาศาสตร์จึงมักวิเคราะห์ร่วมกับตัวแปรอื่นเช่นการไหลเวียนของอากาศโลก
การติดตามเอลนีโญไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แอปพลิเคชันและเว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐเผยแพร่ข้อมูลฟรี ถ้าเราอ่านและปรับตัวตามได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ผลกระทบที่เคยหนักก็อาจบรรเทาลงได้มาก
ปลายสุด คำเตือนหนึ่งที่น่าจำ: อย่ารอให้ฝนขาดจนเห็นปัญหาแล้วค่อยแก้ เพราะน้ำในธรรมชาติใช้เวลาเติมยาก เมื่อปรากฏการณ์เอลนีโญเริ่มต้น การวางแผนก่อนฤดูฝนคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
เอลนีโญ: ปรากฏการณ์ที่คนไทยไม่ควรมองข้าม
Source: HotArticle
Original link: https://www.hotarticle24.com/nklojjf2