ร้านกาแฟเล็กๆ แถวซอยอารีย์ช่วงเช้าๆ มักมีเสียงเรียกชื่อลอยมาตามสายลม เสียงหนึ่งที่คุ้นหูคนกรุงเทพฯ พอสมควรคือ "ณัฐวุฒิ" ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น จะมีชายหนุ่มหรือชายวัยกลางคนยกมือรับแก้วกาแฟที่บาริสต้าส่งมา แปลกดีที่ทุกครั้งที่ได้ยินชื่อนี้ มักมีภาพจำบางอย่างเกิดขึ้นในหัวของคนฟัง แม้เราจะไม่รู้จักเขาเลยก็ตาม
ในสังคมไทย การตั้งชื่อลูกมักไม่ได้เกิดจากการสุ่มเสี่ยงหรือเอาเทกระจาดตัวอักษรมาวางเรียง แต่เป็นการถักทอความหวัง ชื่อ "ณัฐวุฒิ" คำนี้ แม้จะดูเป็นชื่อผู้ชายที่พบได้ทั่วไป แต่เบื้องหลังตัวอักษรนั้นมีรากศัพท์จากภาษาบาลีและสันสกฤต ที่สะท้อนความหมายงดงาม "ณัฐ" ใกล้เคียงกับคำว่า ความรู้ หรือ ปัญญา ส่วน "วุฒิ" หมายถึง ความเจริญ หรือ ความมีวัฒนะ เมื่อรวมกันจึงเป็นเสมือนคำอธิษฐานว่า ขอให้ผู้นี้เติบโตขึ้นด้วยสติปัญญาที่งดงามและความมั่นคง
แต่ชีวิตจริงไม่ได้เดินตามพจนานุกรมเสมอไป เราอาจเคยเจอ ณัฐวุฒิ ที่เป็นโปรแกรมเมอร์เงียบๆ คนหนึ่ง และก็เคยเจอ ณัฐวุฒิ ที่ขายขนมปุ๊กปิ้งริมทางด้วยรอยยิ้มกว้างๆ ชื่อเดียวกันไม่ได้บังคับให้คนเป็นไปในทางเดียวกัน แต่มันตั้งต้นไว้ด้วยความปรารถนาดีจากผู้ให้กำเนิด
สิ่งที่น่าสนใจคือ ความคาดหวังที่สังคมมักแฝงไว้ในชื่อเสียงๆ อย่างนี้ เวลาเราไปสัมภาษณ์งานแล้วเห็นชื่อบนเรซูเม่ เราอาจล่วงรู้สึกว่าเจ้าของชื่อน่าจะเป็นคนรอบคอบ น่าเชื่อถือ โดยที่ยังไม่ได้พูดคำแรกเลย นี่คือภาพลวงตาที่น่าคิด ชื่อคือป้ายบอกทาง ไม่ใช่ตัวตนทั้งหมด
การทำความเข้าใจคนเรา จึงต้องเริ่มจากการวางชื่อไว้ตรงนั้นก่อน แล้วเดินเข้าไปคุยกับเขาจริงๆ ณัฐวุฒิ คนหนึ่งอาจชอบอ่านหนังสือ ส่วนอีกคนอาจหลงใหลในกีตาร์ แค่ชื่อไม่ได้บอกอะไรเรามากไปกว่านั่นคือคำที่ใช้เรียกเขาให้มาทานข้าวเย็น
คราวหน้าที่ใครต่อใครเรียกชื่อนี้ในที่สาธารณะ คงจะสนุกดีหากเราหันไปมองไม่ใช่เพื่อตรวจสอบว่าหน้าตาตรงกับภาพในหัวหรือไม่ แต่เพื่อยิ้มให้กับความหลากหลายที่ชื่อเดียวกันสามารถเก็บไว้ได้
เสียงเรียกว่า 'ณัฐวุฒิ' กับภาพจำที่เราเขียนขึ้นเอง
Source: HotArticle
Original link: https://www.hotarticle24.com/n46opsr3