ลองจินตนาการถึงวันที่คุณเจอเรื่องร้ายๆ มาจากที่ทำงาน ถูกหัวหน้าตำหนิ ฝนตกหนัก และรถติดแสนสาหัส เมื่อคุณพิมพ์ระบายความในใจลงไปในแชทกลุ่ม เพื่อนคนแรกอาจจะตอบกลับมาด้วยเหตุผลว่า "คราวหน้าต้องบริหารเวลาให้ดีกว่านี้" เพื่อนคนที่สองอาจจะโกรธแทนคุณและบอกว่า "ลาออกเถอะ บริษัทนี้ไม่คุ้ม" แต่เพื่อนคนที่สามพิมพ์กลับมาว่า "กินข้าวยัง? เดี๋ยวเราสั่งขนมไปให้ถึงบ้านนะ คืนนี้โทรมาเล่าให้ฟังได้เสมอ"
เพื่อนคนที่สามนี่เอง ที่ในภาษาโซเชียลมีเดียและวงสนทนาของคนไทย เรามักจะจัดให้อยู่ใน "หมวดโอ๋"
ในชีวิตสังคม เรามักจะแบ่งประเภทเพื่อนหรือคนรอบตัวตามบทบาทอย่างเป็นธรรมชาติ บางคนคือตัวตลกของกลุ่ม บางคนคือมันสมองที่คอยวางแผน แต่ "หมวดโอ๋" คือตำแหน่งที่พิเศษและหาได้ยาก คำว่า "โอ๋" ในบริบทภาษาไทยไม่ได้หมายถึงแค่การปลอบโยนธรรมดา แต่มันคือการผสมผสานระหว่างการปลอบประโลม การเอาใจใส่ และการทำให้ seseorangรู้สึกว่าตนเองถูกโอบกอดทางอารมณ์อย่างปลอดภัย เหมือนเด็กเล็กๆ ที่ได้รับการกล่อมให้หยุดร้องไห้
การเป็นคนในหมวดนี้ไม่ใช่เรื่องของสัญชาตญาณเพียงอย่างเดียว แต่คือทักษะทางอารมณ์ที่ลึกซึ้ง
ในทางจิตวิทยา สิ่งที่เพื่อนหมวดโอ๋ทำโดยธรรมชาติเรียกว่า Emotional Validation หรือการยอมรับและตรวจสอบความรู้สึกของคนอื่น เมื่อเราเจอปัญหา สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ที่ใช้เหตุผลมักจะทำงานได้ไม่ดีนักเพราะถูกครอบงำด้วยอารมณ์ คนส่วนใหญ่พยายามจะ "แก้ปัญหา" (Problem-solving) ให้เร็วที่สุดโดยลืมไปว่า อีกฝ่ายยังไม่ได้รู้สึกว่าตนเองถูกเข้าใจเลยแม้แต่น้อย
เพื่อนหมวดโอ๋มีเซนส์ที่เฉียบคมในเรื่องนี้ พวกเขารู้ว่าก่อนจะยื่นข้อเสนอหรือคำแนะนำใดๆ สิ่งแรกที่คนเราต้องการคือ "พื้นที่รองรับทางอารมณ์" (Holding Environment) พวกเขาจะไม่รีบตัดสิน ไม่รีบสอน แต่จะนั่งลงอยู่ในหลุมแห่งความรู้สึกแย่ๆ นั้นเป็นเพื่อนคุณก่อน พวกเขาทำให้คุณรู้สึกว่า "การที่คุณรู้สึกแย่เป็นเรื่องปกติ และคุณไม่ได้เผชิญมันอยู่คนเดียว"
แต่เหรียญย่อมมีสองด้าน การเป็นที่พักพิงทางใจให้ทุกคนย่อมมีต้นทุนที่มองไม่เห็น
คนที่เป็นหมวดโอ๋มักจะประสบกับภาวะ Compassion Fatigue หรือความเหนื่อยล้าจากการเห็นอกเห็นใจผู้อื่น การต้องทำหน้าที่เป็นฟองน้ำซับความเครียด ความโกรธ และความเศร้าของคนรอบข้างอยู่ตลอดเวลา ทำให้พวกเขาแบกรับขยะทางอารมณ์เอาไว้มากมายโดยไม่รู้ตัว
ที่น่าสนใจคือ เมื่อถึงคราวที่เพื่อนหมวดโอ๋เจอเรื่องแย่ๆ บ้าง พวกเขามักจะเลือกที่จะเงียบ ไม่บอกใคร หรือไม่แสดงออกว่าตนเองกำลังเปราะบาง สาเหตุไม่ใช่เพราะพวกเขาเข้มแข็งกว่าคนอื่น แต่เป็นเพราะพวกเขาคุ้นเคยกับการเป็น "ผู้ให้" จนไม่รู้ว่าจะต้องเรียกร้องความสนใจอย่างไร หรือลึกๆ แล้วพวกเขากลัวว่า ถ้าตนเองอ่อนแอ พื้นที่ปลอดภัยที่เคยมีให้คนอื่นอาจจะหายไป
เราต่างต้องการเพื่อนหมวดโอ๋ในวันที่โลกใจร้ายกับเรา แต่เราเองก็มักลืมที่จะสังเกตว่า คนที่คอยโอบกอดเราไว้เสมอมา ก็ต้องการอ้อมกอดนั้นเช่นกัน
หากคุณมีเพื่อน แฟน หรือคนในครอบครัวที่อยู่ในหมวดโอ๋ ลองเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้ฟังพวกเขาดูบ้างในบางวัน ไม่ต้องรอให้พวกเขาเข้ามาหาเมื่อมีปัญหา แต่ลองทักไปถามไถ่ด้วยคำถามง่ายๆ ว่า "วันนี้เหนื่อยไหม" หรือ "มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า" การสลับบทบาทให้พวกเขาได้เป็นผู้ถูกรับฟังและถูกปลอบโยน คือการเติมพลังใจที่ดีที่สุดให้กับคนที่คอยเติมพลังให้เราเสมอมา
ท้ายที่สุดแล้ว โลกที่เต็มไปด้วยตรรกะและเหตุผลอาจช่วยให้เราเดินไปข้างหน้าได้ แต่ในวันที่เราล้มลง สิ่งที่ฉุดเราให้ลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง มักจะเป็นความอ่อนโยนและการปลอบประโลมจากคนใน "หมวดโอ๋" นี่เอง การรักษาคนเหล่านี้ไว้ให้ดี จึงเป็นการลงทุนทางอารมณ์ที่คุ้มค่าที่สุดที่เราจะทำได้ในชีวิต
จิตวิทยาเบื้องหลังเพื่อน "หมวดโอ๋": ศิลปะการปลอบใจที่ไม่ใช่ใครก็ทำได้
Source: HotArticle
Original link: https://www.hotarticle24.com/5xkop860