ในวงการฟุตบอลสเปนมีสโมสรจำนวนไม่น้อยที่อยู่นอกแสงสปอตไลต์ แต่ยังคงมีเรื่องราวของตัวเองอย่างเข้มข้น หนึ่งในนั้นคือ เดปอร์ติโบ อลาเบส ทีมจากเมืองบิโตเรีย-กัสเตย์ส ซึ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้นบาสก์ เมืองนี้ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่ ไม่มีสนามฟุตบอลที่จุคนเป็นแสน และอลาเบสก็ไม่เคยถูกจัดให้เป็นทีมลุ้นแชมป์ลีก แต่คนที่เคยสัมผัสบรรยากาศในสนามเมนดิซอร์โรซาจะรู้ดีว่า เสียงเชียร์ของทีมเล็กแห่งนี้ไม่ได้เบากว่าใคร
สนามเหย้าของอลาเบสมีขนาดกะทัดรัด อัฒจันทร์อยู่ใกล้ขอบสนามพอที่ผู้เล่นจะได้ยินเสียงแฟนบอลทุกรูปแบบ ตั้งแต่คำสบถเมื่อจ่ายพลาด ไปจนถึงเสียงปรบมือให้การเข้าปะทะหนัก ๆ นี่ไม่ใช่สนามที่ถูกออกแบบมาเพื่อความหรูหรา แต่มันคือพื้นที่ซึ่งคนในเมืองใช้ร่วมกันมาหลายทศวรรษ และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของความผูกพันที่ยากจะลอกเลียนแบบ
อลาเบสก่อตั้งขึ้นในปี 1921 และเติบโตมาในฐานะสโมสรที่ต้องดิ้นรนเพื่อพื้นที่ของตัวเองอยู่เสมอ แม้จะอยู่ในแคว้นที่มีสโมสรอย่างแอธเลติก บิลเบา และเรอัล โซเซียดาดเป็นตัวแทนของอัตลักษณ์ท้องถิ่น แต่อลาเบสก็มีเส้นทางของตัวเอง บางช่วงพวกเขาอยู่ในลีกสูงสุด บางช่วงต้องหล่นลงไปเล่นในลีกระดับรอง แต่สิ่งที่แทบไม่เคยหายไปคือกลุ่มแฟนบอลที่ยังเดินเข้าสนามไม่ว่าทีมจะอยู่ดิวิชันไหน
ถ้าพูดถึงอลาเบส คงหนีไม่พ้นคืนวันที่ 16 พฤษภาคม 2001 ในรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า คัพ ที่เมืองดอร์ทมุนด์ ประเทศเยอรมนี พวกเขาพบกับลิเวอร์พูลในเกมที่ถูกจดจำว่าเป็นหนึ่งในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลยุโรปที่บ้าคลั่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา สกอร์ไหลไปไกลกว่าที่ใครคาด จนสุดท้ายอลาเบสแพ้ไป 4-5 ด้วยประตูโกลเดนโกลในช่วงต่อเวลาพิเศษ มันเป็นความพ่ายแพ้ที่เจ็บปวด แต่ขณะเดียวกันก็กลายเป็นหลักฐานว่าทีมเล็กจากเมืองเล็กสามารถไปยืนอยู่ในจุดนั้นได้จริง
ความสำเร็จแบบนั้นไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย และอลาเบสก็ไม่เคยพยายามหลอกตัวเองว่าพวกเขาจะกลายเป็นยักษ์ใหญ่ หลังจากยุคนั้น สโมสรเผชิญทั้งปัญหาการเงินและการตกชั้นไปถึงลีกระดับสาม ก่อนจะค่อย ๆ สร้างตัวเองกลับมา และกลับเข้าสู่ลาลีกาได้อีกครั้งในหลายฤดูกาลต่อมา จุดที่หลายคนอาจจำได้อีกครั้งคือการเข้าชิงโกปา เดล เรย์ ในปี 2017 ซึ่งพวกเขาแพ้บาร์เซโลนาไป 1-3 แต่นั่นก็เพียงพอจะย้ำว่าอลาเบสยังมีศักยภาพในการสร้างเซอร์ไพรส์
ในทางหนึ่ง อลาเบสคือตัวแทนของสโมสรฟุตบอลส่วนใหญ่ในโลก พวกเขาไม่ได้มีงบประมาณมหาศาล ไม่ได้มีผู้เล่นซูเปอร์สตาร์เต็มทีม และไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่จะเลือกซื้อใครก็ได้ตามใจชอบ แต่พวกเขาต้องอาศัยการวางแผนที่รอบคอบ การใช้ผู้เล่นดาวรุ่งที่ยืมตัวมาแล้วต้องพิสูจน์ตัวเอง และโค้ชที่เข้าใจข้อจำกัดของทรัพยากร นี่คือวิถีของทีมที่อยู่กลางตารางหรือท้ายตารางอย่างซื่อสัตย์ ซึ่งบางทีอาจให้บทเรียนเกี่ยวกับการบริหารจัดการได้มากกว่าสโมสรที่ใช้เงินแก้ปัญหาเสียอีก
การเชียร์อลาเบสจึงไม่ใช่การรอฉลองแชมป์ในทุกฤดูกาล แต่มันคือการให้คุณค่ากับชัยชนะเล็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการบุกไปเก็บแต้มจากทีมใหญ่ได้ หรือการรอดตกชั้นในนัดสุดท้ายของฤดูกาล มันเป็นความสัมพันธ์ระยะยาวที่ไม่ต้องพึ่งพาความสำเร็จเป็นตัวตั้ง แฟนบอลอลาเบสหลายคนเติบโตมากับทีมและยังคงนั่งที่เดิมในสนามเหมือนที่พ่อแม่เคยพามา
ในยุคที่ฟุตบอลถูกพูดถึงด้วยตัวเลขมูลค่าตลาด เงินเดือน และสิทธิ์การถ่ายทอดสด อลาเบสยังคงเป็นเครื่องเตือนใจว่าสโมสรฟุตบอลมีชีวิตอยู่ได้ด้วยความรู้สึกของคนในท้องถิ่น เสียงกลองจากอัฒจันทร์ คำวิจารณ์หลังจบเกมที่ร้านกาแฟแถวสนาม และการรอคอยนัดเหย้าสัปดาห์ถัดไป ล้วนเป็นสิ่งที่เงินไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้ในชั่วข้ามคืน
ท้ายที่สุดแล้ว การติดตามอลาเบสอาจไม่ได้ทำให้ใครรู้สึกว่าได้เชียร์ผู้ชนะตลอดเวลา แต่สำหรับคนที่มองเห็นความงามของทีมเล็กที่ยังต่อสู้อย่างมีศักดิ์ศรี สโมสรแห่งนี้มีเรื่องเล่าที่หนักแน่นกว่าถ้วยรางวัลหลายใบเสียอีก
อลาเบส: ทีมเล็กจากแคว้นบาสก์กับหัวใจที่ไม่ยอมจำนน
Source: HotArticle
Original link: https://www.hotarticle24.com/5sgojlp0