มีบางสโมสรที่แฟนบอลยอมรับความตกชั้นได้ แต่ไม่มีใครยอมรับความเงียบงัน
วันเสาร์บ่ายที่เอลแลนด์โร้ด ฝนตกปรอยๆ แต่ยืนตากฝนไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับแฟนบอลลีดส์ สิ่งที่พวกเขากลัวมากกว่าคือการได้ยินเสียงเงียบ—เสียงที่เคยดังกระหื่มจากทั่วทั้งสนาม แล้วหายไปพร้อมกับวันที่ทีมตกชั้นสู่ลีกวัน เมื่อปี 2004 ตอนที่เงินหมด หนี้ท่วม และทีมถูกบังคับให้ขายผู้เล่นที่ดีที่สุดเพื่อแล่นเรือให้พ้นวิกฤติ
นั่นคือจุดต่ำสุด แต่ไม่ใช่จุดจบ
ความบ้าคลั่งของสีขาว
สนามเอลแลนด์โร้ดมีความจุประมาณ 37,000 ที่นั่ง ไม่ใช่สนามใหญ่ที่สุดในอังกฤษ แต่เสียงเชียร์ที่นี่มีคำอธิบายในตำนานของวงการฟุตบอลเองว่า "เหมือนกับมีผู้เล่นสองคนสิบเอ็ดคน" ไม่ใช่เพราะแฟนบอลลีดส์รู้วิธีเชียร์มากกว่าคนอื่น แต่เพราะพวกเขาเชียร์ด้วยความจำเป็น—ความจำเป็นที่จะพิสูจน์ว่าทีมของตนสมควรอยู่บนเวทีใหญ่ แม้ในวันที่สถานการณ์บอกว่าไม่
มาร์เซลโล บีเอลซ่า ผู้จัดการทีมชาวอาร์เจนตินา ที่คุมทีมระหว่างปี 2018 ถึง 2022 บรรยายถึงประสบการณ์ตอนที่มาถึงสโมสรเป็นครั้งแรกว่า "ผมไม่เข้าใจว่าทำไมแฟนบอลถึงร้องเพลงได้ดังขนาดนี้ตอนที่ทีมตามหลัง" คำถามนั้นตอบได้ง่ายในภาษาของคนท้องถิ่น: ที่ลีดส์ การเชียร์บอลไม่ใช่รางวัลสำหรับความสำเร็จ แดงเป็นภาระผูกพันที่ไม่สนเงื่อนไข
การเล่นแบบที่ไม่มีใครทำตาม
สไตล์ของบีเอลซ่าที่ลีดส์ ที่เรียกว่า "แมนด์เกม" ไม่ใช่แค่เรื่องกลยุทธ์ แต่เป็นการทดสอบว่าผู้เล่นชั้นดีที่ไม่มีงบประมาณจะเอาชนะระบบที่เงินทุนหนุนหลังได้อย่างไร คำตอบคือ: ด้วยการวิ่งมากกว่าคู่แข่ง 5 กิโลเมตรต่อเกม ด้วยการกดดันทุกตำแหน่งบนสนาม ด้วยความเชื่อที่บ้าบอว่าลูกบอลจะต้องอยู่ที่เท้าของตนเองให้ได้มากที่สุด
ในฤดูกาล 2019-20 ทีมเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกหลังจากหายไปสิบหกปี ไม่ใช่ด้วยการทุ่มเงินซื้อตัวดาว แต่ด้วยการสร้างเครื่องจักรที่ทุกคนเข้าใจบทบาทตนเองอย่างชำนาญเหมือนกลไกนาฬิกา ปัญหาคือเครื่องจักรที่ประสิทธิภาพสูงมักสึกหรอเร็ว และเมื่อบีเอลซ่าออกไป ระบบนั้นก็พังทลายอย่างรวดเร็วจนตกชั้นอีกครั้งในปี 2023
การเดินทางที่ไม่มีวันจบ
ปัจจุบันลีดส์ยูไนเต็ดอยู่ในชั้นแชมเปียนชิป ลีกที่น่าอึดอัดที่สุดในโลก—ไม่ใช่เพราคุณภาพฟุตบอล แต่เพรามันเป็นที่ที่เงินและความฝันองพรีเมียร์ลีกอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่การไปถึงนั้นต้องผ่านช่องแคบที่เต็มไปด้วยทีมที่เคยอยู่บนจุดสูงสุดมาก่อน
สิ่งที่ทำให้ลีดส์แตกต่างจากสโมสรอื่นที่ตกชั้นและพยายามเลื่อนชั้นกลับคือความสม่ำเสมอของความคลั่งไคล้ ไม่ว่าจะอยู่ลีกไหน แฟนบอลก็มาเติมสนามเท่าเดิม ไม่ว่าจะเล่นกับใคร เสียงเชียร์ก็ดังเหมือนกับว่าเป็นนัดชิงชนะเลิศ นี่ไม่ใช่ความซาบซึ้งอ่อนหวาน แต่เป็นความดื้อรั้นที่บอกว่า "ถ้าคุณคิดว่าจะมาบอกเราว่าทีมของเราไม่สำคัญ คุณคิดผิด"
ความหมายของการสนับสนุนที่ไม่มีเงื่อนไข
ในโลกที่ฟุตบอลกลายเป็นธุรกิจข้ามชาติ ที่นักเตะเปลี่ยนสโมสรบ่อยกว่าเปลี่ยนรถ และที่แฟนบอลถูกมองว่าเป็นผู้บริโภคมากกว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ลีดส์ยูไนเต็ดเป็นตัวอย่างของความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับสโมสรที่ไม่สมมาตร: ชุมชนให้มากกว่าที่ได้รับ และยังคงให้ต่อไป
ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าทีมมีปัญหา ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่เห็นความผิดพลาดของผู้จัดการทีมหรือนักเตะ แต่เพราะการสนับสนุนี่เอลแลนด์โร้ดไม่ใช่ธุรกรรมที่รอผลตอบแทน มันเป็นส่วนหนึ่งของเอกลักษณ์ที่คุณเลือกไม่ได้ว่าจะมีหรือไม่มี ถ้าคุณเกิดที่ลีดส์ หรือถ้าคุณเลือกที่จะรักทีมนี้
เสียงเชียร์ที่ยังดังอยู่
ฤดูกาลนี้อาจจะเลื่อนชั้น หรืออาจจะไม่ แต่นั่นไม่ใช่จุดสนใจของบทความนี้ จุดสนใจอยู่ที่ว่ามีสโมสรหนึ่งในยorkเชอร์ที่ยังคงมีคนยืนตากฝนรอประตูเปิด ร้องเพลงที่เขียนเมื่อสี่สิบปีก่อน และเชื่อว่าลูกบอลกลมๆ ลูกนี้อาจจะมีวันที่กลิ้งเข้าประตูในนาทีสุดท้าย
ไม่ใช่เพรามีหลักฐานว่าจะเป็นอย่างนั้น แต่เพราการเชียร์ลีดส์สอนให้รู้ว่าความหวังไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล และบางทีนั่นแหละคือเหตุผลที่เพียงพอ
ลีดส์ยูไนเต็ด: เสียงเชียร์ที่ก้องกังวานเหนือความพ่ายแพ้
Source: HotArticle
Original link: https://www.hotarticle24.com/5qwo8jy0