ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี มีวัดเก่าแก่ที่ไม่ค่อยได้ปรากฏในคู่มือท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่คนไทยจำนวนไม่น้อยยังเดินทางมาสักการะและเพื่อนั่งพักใจอยู่เสมอ วัดศรีสุดารามวรวิหาร ไม่ใช่วัดที่โอ่อ่าด้วยขนาดหรือทองคำเปลว แต่เป็นวัดที่มีเรื่องเล่าและบรรยากาศที่ดึงดูดผู้คนให้อยากอยู่นานสักหน่อย
จากวัดตลกจนถึงวรวิหาร
ชื่อเดิมของวัดแห่งนี้คือ "วัดตลกจน" ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างขึ้นในสมัยใด แต่เชื่อกันว่ามีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ตัวชื่อเองก็น่าสนใจ เพราะสะท้อนถึงบริบทของชุมชนรอบวัดในอดีตที่คงไม่ได้รุ่มรวยนัก ภายหลังเปลี่ยนแปลงเมื่อมีการบูรณะและสถาปนาขึ้นใหม่ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น และได้รับพระราชทานนามว่า "วัดศรีสุดาราม" ซึ่งมีความหมายไพเราะกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
วัดแห่งนี้ได้รับการสถาปนาเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี และมีฐานะเป็นวรวิหาร การที่วัดหนึ่งได้รับพระราชทานสมญานามนี้ หมายถึงเป็นวัดที่มีพระอาราธิมาสอยู่ประจำ และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญที่พระมหากษัตริย์ทรงครองราชย์อัญเชิญมาประดิษฐาน
สุนทรภู่กับช่วงเวลาแห่งการบวช
สิ่งที่ทำให้วัดศรีสุดารามแตกต่างจากวัดอื่นในละแวกเดียวกันคือ ความผูกพันกับสุนทรภู่ กวีเอกของไทย ในวัยเยาว์ สุนทรภู่เคยบวชเรียนอยู่ที่วัดแห่งนี้ นั่นหมายถึงช่วงเวลาสำคัญของการหล่อหลอมความคิดและภาษาของเด็กชายที่จะกลายเป็นกวีผู้เขียนนิราศและวรรณคดีที่คนไทยอ่านกันจนถึงทุกวันนี้
เมื่อเดินอยู่ในบริเวณวัด โดยเฉพาะในช่วงเช้าตรู่หรือใกล้ค่ำ ความเงียบสงบทำให้คนนึกถึงภาพเด็กวัดเล็กๆ ที่อาจเคยนั่งอ่านหนังสืออยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ หรือเดินไปตักน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งไหลอยู่ไม่ไกล ไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่จะจินตนาการเช่นนี้ เพราะสภาพแวดล้อมของวัดยังคงความเป็นชนบทและร่มรื่นอยู่มาก แม้กรุงเทพจะขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา
พระอุโบสถและจิตรกรรมที่เล่าเรื่อง
พระอุโบสถของวัดศรีสุดารามเป็นสถาปัตยกรรมในแบบรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีความเรียบง่ายแต่งด้วยรายละเอียดที่บอกถึงฝีมือช่างสมัยนั้น ภายในอุโบสถมีจิตรกรรมฝาผนังที่น่าสนใจ ทั้งในแง่ของเนื้อหาและเทคนิคการวาด
จิตรกรรมในวัดเก่าแก่ของไทยมักไม่ใช่แค่ศิลปะประดับตกแต่ง แต่เป็นสื่อการสอนและการบันทึกเรื่องราว ภาพเขียนในอุโบสถวัดศรีสุดารามเล่าเรื่องพุทธประวัติและเรื่องราวในไตรภูมิพระราชนิพนธ์ คนที่สนใจศิลปะและวัฒนธรรมจะพบว่า การดูภาพจิตรกรรมเหล่านี้ช้าๆ และถามตัวเองว่าช่างต้องการสื่อสารอะไร ทำให้เข้าใจความคิดของคนในสมัยนั้นได้ดีกว่าการอ่านหนังสือประวัติศาสตร์เล่มใด
พระพุทธรูปสำคัญและการสักการะ
วัดศรีสุดารามเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่ผู้คนเคารพสักการะ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนจะเดินทางมาไหว้พระและขอพรที่วัดเก่าแก่ เพราะในความเชื่อของคนไทย วัดที่มีอายุยาวนานและได้รับการบูรณะโดยพระมหากษัตริย์ย่อมมีพุทธคุณและความศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นการขอความเจริญในหน้าที่การงาน ความสงบในครอบครัว หรือสุขภาพที่แข็งแรง
แต่ที่น่าสังเกตคือ บรรยากาศการสักการะที่วัดศรีสุดารามไม่คึกคักเหมือนวัดที่มีชื่อเสียงในเขตเมืองเก่า ทำให้การมาไหว้พระที่นี่มีความเป็นส่วนตัวสูง คนสามารถตั้งใจสวดมนต์หรือนั่งสมาธิได้โดยไม่ถูกรบกวน
สวนและต้นไม้ใหญ่ที่บอกอายุ
สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนสังเกตเห็นเมื่อเดินชมวัดคือ ต้นไม้ใหญ่หลายต้นในบริเวณวัด ไม่ใช่แค่ให้ร่มเงา แต่เป็นต้นไม้ที่มีอายุนับร้อยปี บางต้นอาจอยู่มาตั้งแต่สมัยที่สุนทรภู่ยังเด็ก ต้นไม้เหล่านี้เป็นพยานเงียบของกาลเวลา และทำให้บรรยากาศของวัดมีความร่มรื่นและน่าอยู่
ในเมืองใหญ่ที่พื้นที่สีเขียวลดน้อยลงทุกวัน วัดกลายเป็นพื้นที่สาธารณะหนึ่งในไม่กี่แห่งที่ยังมีต้นไม้ใหญ่และสัตว์ตัวเล็กๆ เช่นนกและกระรอง อาศัยอยู่ การรักษาต้นไม้ในวัดจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่เป็นการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพในระดับชุมชน
ชุมชนรอบวัดและวิถีที่เปลี่ยนไป
วัดศรีสุดารามตั้งอยู่ในเขตบางยี่ขัน ซึ่งเป็นย่านที่มีประวัติยาวนาน ในอดีตพื้นที่นี้เป็นชุมชนเกษตรกรรมและทำสวน มีคลองและแม่น้ำเป็นเส้นทางคมนาคมหลัก ปัจจุบันวิถีชีวิตเปลี่ยนไป ถนนตัดผ่าน อาคารพาณิชย์และที่อยู่อาศัยใหม่ๆ เกิดขึ้น แต่วัดยังคงเป็นจุดศูนย์กลางของชุมชนในแง่ของการประกอบศาสนกิจและกิจกรรมร่วมกัน
ในเทศกาลสำคัญ เช่น สงกรานต์หรือเข้าพรรษา วัดจะมีผู้คนมารวมตัวกันมากขึ้น ทำให้เห็นว่า แม้สังคมจะเปลี่ยนไป วัดยังคงเป็นสถาบันที่ผูกใยคนในชุมชนเข้าด้วยกัน
เยี่ยมชมวัดอย่างมีสติ
สำหรับผู้ที่สนใจจะไปเยี่ยมชมวัดศรีสุดาราม ขอแนะนำให้เลือกช่วงเวลาที่ไม่ใช่ช่วงเทศกาลใหญ่ เพื่อให้ได้สัมผัสบรรยากาศที่สงบและสามารถดูรายละเอียดต่างๆ ได้อย่างใจเป็นสุข การแต่งกายสุภรพิเทาและการประพฤติตนสุภาพเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ เพราะวัดคือสถานที่ของผู้คนที่มาแสวงหาความสงบใจ
การเดินช้าๆ สังเกตสถาปัตยกรรม ดูภาพจิตรกรรม และนั่งพักใต้ร่มเงาต้นไม้ ทำให้การมาวัดไม่ใช่แค่การท่องเที่ยว แต่เป็นการพักผ่อนและตืนตัวในเวลาเดียวกัน อาจจะลองหยุดสักครู่และถามตัวเองว่า เรามาที่นี่เพื่ออะไร คำตอบอาจไม่ใช่การได้เห็นสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ แต่เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการได้อยู่ในที่ที่เงียบสงบและมีเรื่องราวอันยาวนาน
บทสะท้อน
วัดศรีสุดารามวรวิหาร ไม่ใช่วัดที่โดดเด่นด้วยขนาดหรือความหรูหรา แต่โดดเด่นด้วยความเงียบสงบ ความผูกพันกับวรรณคดีไทย และความเป็นวัดที่ยังคงบทบาทของสถาบันศาสนาและชุมชนไว้ได้ ในเมืองที่เปลี่ยนแปลงเร็ว วัดเล็กๆ ริมน้ำเจ้าพระยาแห่งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า บางสิ่งไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปทุกอย่าง ความสงบและความหมายบางอย่างยังคงอยู่ได้ในโลกที่เคลื่อนไหวไม่หยุด