รถทัวร์สาย 21 ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ออกจากสถานีหมอชิตเช้าวันหนึ่ง หลังฝนตกหนักตลอดคืน คนขับเปิดวิทยุเพลงสตริงเบา ๆ สลับกับประกาศว่า “รถคันนี้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนะครับ” หญิงวัยกลางคนในเสื้อกันฝนสีครีมยื่นบัตรประชาชนแทนบัตรสวัสดิการ เขาส่ายหน้า “ต้องใช้บัตรเดิมครับ ไม่งั้นต้องจ่ายเงินสด” เธอถอนหายใจยาว ก้าวลงจากรถไปยืนรอคันต่อไป ทั้งที่ฝนยังไม่หยุด
ภาพเล็ก ๆ นี้ซ่อนคำถามใหญ่ที่คนไทยถามมานาน: “ทางรัฐ” ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือประชาชน ทำไมถึงทำให้คนต้อง “เดินย้อนกลับ” ออกจากระบบเสมอ
ความจริงที่ถูกลืม
โครงการรัฐส่วนใหญ่เกิดจากเจตนาดี แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยสมมติฐานที่ล้าหลัง: ประชาชนจะปรับตัวเข้ากับระบบ ไม่ใช่ระบบปรับตัวเข้ากับประชาชน นโยบายจึงออกแบบ “ทางรัฐ” ให้เป็นเส้นตรงที่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดชัดเจน แต่ลืมว่าชีวิตจริงของคนเป็นเส้นโค้งที่ต้องแวะซื้อของ รีบไปทำงาน หรือพาลูกไปโรงเรียนก่อน
ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ซึ่งถูกออกแบบให้ใช้ได้เฉพาะรถเมล์ รถไฟฟ้า ร้านธงฟ้า และร้านค้าที่ลงทะเบียนเท่านั้น แต่ชีวิตจริงของผู้มีรายได้น้อยไม่ได้จำกัดอยู่ในกรอบเหล่านี้ คนที่อาศัยในชุมชนแออัดอาจต้องนั่งรถตู้โดยสารสองแถว ซึ่งไม่รับบัตร หรือซื้อของจากแม่ค้าหน้าบ้านที่ไม่มีเครื่อง EDC จึงกลายเป็นว่าเงินช่วยเหลือจากรัฐไม่สามารถตอบโจทย์ “ความยืดหยุ่น” ของชีวิตประจำวันได้
ช่องว่างระหว่าง “นโยบาย” กับ “พื้นที่”
อีกปัญหาคือการออกแบบที่ไม่เข้าใจ “พื้นที่” โครงการ “ถนนสายแม่กลอง-บางแพ” ที่ตั้งใจจะเชื่อมเศรษฐกิจฝั่งแม่กลองกับราชบุรี ถูกวางแผนให้เป็นทางด่วนเส้นตรง แต่กลับตัดขาดเส้นทางเดิมที่ชาวบ้านใช้ขนผลไม้ไปขายตลาดนัด ผลที่ได้คือรถบรรทุกต้องเดินอ้อม 40 กิโลเมตร ทำให้ต้นทุนขนส่งสูงขึ้น กลายเป็นว่า “ทางรัฐ” ที่ควรจะช่วย กลับกลายเป็นค่าใช้จ่ายใหม่ที่ไม่มีใครคาดคิด
หรือกรณี “ถนนเลียบคลองในกรุงเทพ” ที่ถูกออกแบบให้เป็นเส้นทางจักรยานสีเขียว แต่ไม่มีการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะ คนจึงใช้จักรยานไปไม่ถึงไหน กลายเป็นเส้นทางที่สวยงามแต่ไม่มีคนใช้ สิ่งที่ขาดคือการมองว่า “ทางรัฐ” ต้องเป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบ ไม่ใช่ระบบทั้งหมด
จากทางรัฐสู่ทางสังคม
ความเปลี่ยนแปลงเริ่มเกิดขึ้นเมื่อภาคประชาชนลองหยิบ “ทางรัฐ” มาประยุกต์ใช้ใหม่ โครงการ “ถนนคนเดินเยาวราช” ที่เกิดจากการรวมตัวของพ่อค้าแม่ค้าและเทศบาล เปลี่ยนถนนที่เคยแคบและรกร้างว่างเปล่าในวันอาทิตย์ให้กลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ รัฐอนุญาตให้ปิดถนน แต่ไม่ได้กำหนดว่าจะขายอะไร ทำให้เกิดความหลากหลายที่ไม่เคยเกิดขึ้นในโครงการรัฐแบบดั้งเดิม
หรือแม้แต่ “แอปพลิเคชัน Tangem” ที่ออกแบบโดยทีมนักพัฒนาไทย ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเชื่อมต่อกับร้านค้ารายย่อยผ่านระบบ QR Code ช่วยให้คนที่ไม่มีเครื่อง EDC สามารถรับชำระเงินจากบัตรสวัสดิการได้ โดยไม่ต้องรอให้รัฐอัปเกรดระบบใหญ่ แต่ใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่มาช่วยเติมเต็มช่องว่าง
คำถามที่ยังค้างคา
สิ่งที่น่าคิดคือ เราจะออกแบบ “ทางรัฐ” อย่างไรให้เป็น “จุดเริ่มต้น” ที่เปิดโอกาสให้คนเดินต่อได้หลายทาง แทนที่จะเป็น “จุดจบ” ที่บังคับให้ทุกคนต้องเดินตามรอยเท้าเดิม
คำตอบอาจเริ่มจากการยอมรับว่า “รัฐ” ไม่ใช่ผู้รู้ดีที่สุด แต่เป็นผู้รับฟังที่ดีที่สุด การออกแบบนโยบายจึงไม่ควรเริ่มจากห้องประชุม แต่ควรเริ่มจากรถทัวร์สาย 21 ตอนเช้าฝนตก ที่มีคนต้องลงจากรถเพราะระบบไม่เข้าใจความยืดหยุ่นของชีวิต
เพราะในที่สุดแล้ว “ทางรัฐ” ที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่ทางที่รัฐสร้างขึ้นเอง แต่เป็นทางที่รัฐยอมให้คนอื่นมาช่วยสร้างด้วย
เมื่อทางรัฐคือจุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดจบ
Source: HotArticle
Original link: https://www.hotarticle24.com/2p6o96pw