เวลาเห็นใครถูกลอตเตอรี่ ได้งานที่ฝันไว้ หรือเจอคนดี ๆ ในช่วงที่ชีวิตกำลังตกต่ำ เรามักพูดกันสั้น ๆ ว่า "โชคดีจริง ๆ" คำว่าโชคจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้จักและพูดถึงเป็นประจำ แต่ถ้าลองถามต่อว่าโชคคืออะไรกันแน่ และทำไมบางคนถึงดูมีโชคกว่าคนอื่นอยู่เรื่อย ๆ คำตอบกลับซับซ้อนกว่าที่คิด บทความนี้จะพาไปดูความหมายของโชค มุมมองของคนไทย สิ่งที่จิตวิทยาเรียนรู้เกี่ยวกับคนที่ "ดวงดี" และวิธีที่เราใช้เพิ่มโอกาสดี ๆ ให้ตัวเองได้อย่างเป็นรูปธรรม
โชคในความหมายพื้นฐานที่สุด
โชค คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนอกเหนือการควบคุมของเรา แล้วส่งผลต่อชีวิตในทางดีหรือทางร้าย เราไม่ได้เลือกได้ว่าจะเกิดวันไหน ที่ไหน ในครอบครัวแบบไหน เหมือนที่เราไม่ได้เลือกว่าวันที่ลืมร่มฝนจะตกพอดีหรือไม่ สิ่งเหล่านี้คือความบังเอิญตามกาลเวลา ไม่มีใครสั่งการได้ แต่สิ่งที่ทำให้ชีวิตของแต่ละคนไปต่างกันมากในระยะยาว คือวิธีที่เราตอบสนองต่อเหตุการณ์สุ่มเหล่านั้น คนสองคนที่เจอปัญหาคล้ายกันอาจจบลงด้วยชีวิตที่ต่างกันคนละเรื่อง ขึ้นอยู่กับว่าใครลุกขึ้นสู้ ปรับตัว และมองหาทางออกได้เร็วกว่า
โชคในสายตาคนไทย
ในวัฒนธรรมไทย โชคมักถูกผูกไว้กับเรื่องบุญ วาสนา และกรรม คำว่า "โชควาสนา" หมายถึงความดีที่สั่งสมไว้แล้ว ซึ่งจะส่งผลให้ชีวิตพลิกดีในช่วงเวลาที่เหมาะสม คนไทยจึงให้ความสำคัญกับการทำบุญ รักษาศีล ช่วยเหลือผู้อื่น รวมถึงการเสริมสิริมงคลในวันสำคัญ เช่น พิธีขึ้นบ้านใหม่ หรือการมองหาเลขมงคลในโอกาสพิเศษ ไม่ว่าแต่ละคนจะเชื่อเรื่องลี้ลับมากน้อยแค่ไหน แนวคิดแบบนี้ก็มีด้านที่ใช้ได้จริง เพราะคนที่ทำดีกับผู้อื่นบ่อย ๆ มักมีเครือข่ายคนที่พร้อมช่วยเหลือยามจำเป็น ซึ่งในทางปฏิบัติก็คือการเพิ่มโอกาสดี ๆ เข้ามาในชีวิตนั่นเอง
จิตวิทยาอธิบายคนที่ "ดวงดี" ได้อย่างไร
นักจิตวิทยาที่ศึกษาเรื่องความเชื่อโชคลางอย่างจริงจัง เช่น ริชาร์ด ไวส์แมน นักจิตวิทยาชาวอังกฤษ เคยเปรียบเทียบคนที่รู้สึกว่าตัวเองโชคดีกับคนที่รู้สึกว่าตัวเองโชคร้าย แล้วพบว่าทั้งสองกลุ่มไม่ได้ต่างกันที่ "ดวง" แต่ต่างกันที่พฤติกรรม คนที่รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมักเปิดรับประสบการณ์ใหม่ สังเกตสิ่งรอบตัวมากกว่า คุยกับคนแปลกหน้าได้ง่าย และมองหาด้านดีจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ขณะที่คนที่รู้สึกโชคร้ายมักตึงตัว ยึดติดกับกิจวัตรเดิม และโฟกัสกับสิ่งที่พลาดมากจนมองข้ามโอกาสที่กำลังผ่านหน้าไป
ข้อค้นพบลักษณะนี้ไม่ได้หมายความว่าโชคเป็นเรื่องในหัวล้วน ๆ เหตุการณ์สุ่มก็ยังคงสุ่มอยู่ดี แต่มันอธิบายได้ว่าทำไมคนบางคนถึงเจอเรื่องดี ๆ บ่อยกว่าคนอื่น คนที่พลิกตัวไปลองสิ่งใหม่บ่อย ย่อมมีโอกาสเจอโอกาสมากกว่าคนที่นั่งอยู่ที่เดิมทุกวัน คนที่ทักทายผู้อื่นก่อน ย่อมมีโอกาสได้เจอเพื่อนร่วมงาน พันธมิตร หรือผู้ที่มาเปลี่ยนชีวิต มากกว่าคนที่เดินหนีหัวตำเสมอ
พฤติกรรมที่ช่วยเพิ่มโอกาสดี ๆ ในชีวิต
ขยายวงกับลองสิ่งใหม่ เป็นเรื่องที่เห็นผลชัดที่สุดข้อหนึ่ง การไปสถานที่ใหม่ เรียนรู้ทักษะใหม่ หรือรับงานที่ไม่เคยทำ ทำให้เราไปเจอคนและสถานการณ์ที่ไม่เคยเจอมาก่อน ยิ่งเจอความหลากหลายมาก เงื่อนไขให้เรื่องดี ๆ เกิดขึ้นก็ยิ่งมีมากขึ้นตาม
เตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ ก็สำคัญไม่แพ้กัน คำพูดที่ว่าโชคคือเมื่อความพร้อมเจอกับโอกาส ฟังดูเป็นสำนวนไปเสียแล้ว แต่มันอธิบายความจริงได้ดี คนที่ฝึกฝนทักษะเอาไว้ พอโอกาสมาถึงก็คว้าไว้ได้ทันที ส่วนคนที่ไม่เคยเตรียมอะไรเลย แม้โอกาสจะเดินมาหยุดตรงหน้า ก็อาจมองไม่เห็นหรือจับไว้ไม่อยู่
รักษาสุขภาพจิตใจและมุมมอง คนที่ใจเย็นและอารมณ์ดี มักสังเกตเห็นรายละเอียดรอบตัวได้ดีกว่าคนที่เครียดและกังวลหนัก เพราะความเครียดทำให้สมองโฟกัสแค่เรื่องร้ายอย่างเดียว การพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกาย และเว้นระยะจากข่าวหรือสังคมออนไลน์ที่กัดกินอารมณ์ จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากกว่าที่คิด
ช่วยเหลือผู้อื่นอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่แค่เรื่องความรู้สึกดี แต่เป็นการสร้างความไว้วางใจในระยะยาว โลกทำงานบนเรื่องชื่อเสียงและคำบอกต่อ คนที่เคยช่วยเหลือผู้อื่นไว้ มักเป็นคนแรกที่ถูกนึกถึงเมื่อเกิดโอกาสดี ๆ ขึ้นมาในวงแล้ว
สังเกตและจดจำเรื่องดี ๆ ที่เกิดขึ้น อาจฟังดูเล็กน้อย แต่การทบทวนว่าสัปดาห์นี้เราได้อะไรดี ๆ มาบ้าง ช่วยฝึกสมองให้จับสัญญาณเชิงบวกได้ไวขึ้น ยิ่งมองเห็นเรื่องดีมากเท่าไร แรงจูงใจในการลงมือทำสิ่งใหม่ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น และวงจรนี้เองที่ทำให้บางคนดูโชคดีต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ
เมื่อโชคร้ายมาเยือน
ชีวิตที่ดีไม่ได้แปลว่าไม่มีเรื่องร้ายเลย เพราะเรื่องร้ายเป็นส่วนหนึ่งของความสุ่มที่ทุกคนต้องเจอ สิ่งที่ควรระวังคือการตีความผิด ๆ เช่น คิดว่าช่วงนี้ซวยมากแล้วต่อไปต้องดีขึ้นแน่ ๆ ซึ่งเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้องในทางสถิติ เหตุการณ์สุ่มแต่ละครั้งไม่ผูกกัน การที่เครียดมาก่อนไม่ได้ทำให้วันพรุ่งนี้ดีขึ้นเอง สิ่งที่ช่วยได้จริงคือการแยกให้ออกว่าอะไรคือเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ อย่าเสียเวลาตำหนิตัวเองกับเรื่องเหล่านั้น แล้วหันไปโฟกัสกับสิ่งที่ยังทำได้ เช่น การเก็บข้อมูล การขอคำแนะนำ และการวางแผนก้าวต่อไป คนที่ผ่านพ้นช่วงเวลายากได้เร็ว มักไม่ใช่คนที่โชคดีกว่า แต่เป็นคนที่ฟื้นตัวและปรับตัวเร็วกว่า
โชคกับการพนัน ต้องแยกให้ชัด
อีกจุดที่สำคัญมากคือ โชคในชีวิตประจำวันกับโชคในการพนันไม่เหมือนกัน ลอตเตอรี่และการพนันรูปแบบต่าง ๆ เป็นเกมที่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับความสุ่มล้วน ๆ ไม่มีทักษะใดเข้ามาเกี่ยวข้อง และในระยะยาวผู้เล่นส่วนใหญ่มักเสียเปรียบทางคณิตศาสตร์เสมอ การหวังใช้ "ดวง" เป็นแผนการเงินหรือทางออกของปัญหาชีวิต จึงเป็นความเชื่อที่อันตราย ถ้าจะเสี่ยงก็ควรทำด้วยเงินจำนวนเล็กน้อยที่ขาดไปแล้วไม่กระทบชีวิต และไม่ควรพยายามเอาคืนเมื่อเสีย เพราะนั่นคือจุดเริ่มต้นของปัญหาที่ใหญ่กว่าเดิม
โชคไม่ใช่เรื่องที่เราสั่งได้ แต่วิธีใช้ชีวิตคือสิ่งที่เราเลือกได้ทุกวัน คนที่เปิดรับสิ่งใหม่ มีความพร้อม มีมุมมองที่สมดุล และมีคนดี ๆ ล้อมรอบ ย่อมมีโอกาสเจอเรื่องดี ๆ มากกว่า และเมื่อเรื่องดีนั้นมาถึง เขาก็พร้อมคว้าไว้ได้ สุดท้ายแล้ว การสร้างโชคที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่การไปเสาะหาเครื่องราง แต่คือการทำให้ตัวเองเป็นคนที่พร้อมรับโชคเมื่อมันเดินทางมาถึง
โชคคืออะไร และเราสร้างโชคให้ตัวเองได้จริงหรือไม่
Source: HotArticle
Original link: https://www.hotarticle24.com/288ot9m2